กนง.คงดอกเบี้ย2%หนุนรบ.ปฏิรูป ชี้เอื้อศก.ฟื้นตัว-ไม่กระทบทุนเคลื่อนย้าย ขณะนักวิเคราะห์คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็ว ด้าน นักเศรษฐศาสตร์ ประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยอาจขยับขึ้นไตรมาส 4 ขณะแอสแคป ระบุประเทศในเอเชียเสี่ยง หลังเฟดยุติคิวอี-ขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)มีมติคงดอกเบี้ยตามตลาดคาดการณ์ แม้ว่าหลายประเทศเริ่มขยับดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ยังอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลตามแผน หรือโรดแมพขั้นที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในเดือนก.ย.นี้ โดยเหตุผลหนึ่งการคงดอกเบี้ย เพื่อเอื้อให้มีการปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในฐานะเลขานุการ กนง.กล่าวว่าคณะกรรมการ กนง.มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% โดย กนง.มองว่านโยบายการเงินที่ผ่อนปรนในปัจจุบันยังมีความจำเป็นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกันต้องไม่กระทบต่อการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ความพยายามของภาครัฐบาลในการปฏิรูปเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น "เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ของปี มีแนวโน้มดีขึ้นจากการใช้จ่ายภาคเอกชนหลังสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย ซึ่งการคงดอกเบี้ยในอัตราที่ผ่อนคลายจะเป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม"นายไพบูลย์กล่าว นายไพบูลย์ กล่าวว่าการคงอัตราดอกเบี้ยมองว่าไม่น่าจะมีผลต่ออัตราเงินทุนเคลื่อนย้าย ส่วนประเทศเพื่อนบ้านที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย มีสาเหตุจากปัจจัยในประเทศเป็นหลัก ทั้งอัตราเงินเฟ้อที่ขยับตัว การขยายตัวของสินเชื่อ และอุปสงค์ในประเทศค่อนข้างแรง แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมในประเทศนั้น ส่วนความขัดแย้งในต่างประเทศ กนง.ได้ติดตามดูอยู่ และเท่าที่ดูยังไม่มีผลกระทบอะไรมากนักต่อเศรษฐกิจโลก แต่ก็ต้องจับตาดูพัฒนาการว่ามีการคลี่คลายและยกระดับมากขึ้นหรือไม่ โดยขณะนี้เงินทุนเคลื่อนย้ายของไทยยังมีระดับที่ทรงตัว และมีเสถียรภาพ สำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 การส่งออกสินค้าฟื้นตัวช้าๆ ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐบาลมีความล่าช้ากว่าที่คาดบ้าง แต่เรายังมองว่าช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง จากอุปสงค์ในประเทศและแรงกระตุ้นภาคการคลังที่ทยอยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐบาล ขณะที่การส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวในระดับต่ำ ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังมีเสถียรภาพ ยังจับตาหนี้ภาคครัวเรือน นายไพบูลย์ กล่าวถึงความกังวลเรื่องหนี้ครัวเรือนนั้น แม้มีแนวโน้มทิศทางปรับตัวขึ้นสินเชื่อภาคครัวเรือนต่อจีดีพีอาจปรับตัวสูงบ้างไตรมาสที่ 1 อยู่ที่ 82.7% แต่ทิศทางไม่ได้เลวร้ายลงไป ยอมรับว่าปัจจัยที่เราติดตามอยู่ แต่ไม่น่าเป็นห่วงถึงขั้นต้องออกมาตรการมาควบคุม คนที่เป็นหนี้ก็เริ่มระมัดระวังการก่อหนี้เพิ่มเติม ธนาคารพาณิชย์ก็เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มมาตรฐานและมีความรอบคอบมากขึ้น เป็นวิวัฒนาการที่น่าพอใจ ซึ่งสะท้อนจากตัวเลขสินเชื่อของระบบการเงิน "เลขหนี้ครัวเรือนระดับที่มองว่าจะอันตรายนั้นจากในหลายประเทศอาจจะระดับ 85 -100 % แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าหนี้ครัวเรือนขึ้นไประดับนั้นจะมีอันตรายเสมอไป แต่เราไม่ควรประมาท" นักวิเคราะห์คาดขึ้นดอกเบี้ยไตรมาส4 นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย จำกัด กล่าวว่า ความท้าทายเศรษฐกิจในระยะต่อไปเรามองว่า จะเป็นเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาลและแผนกระตุ้นเศรษฐกิจว่าจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน รวมถึงความท้าทายในเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้าย "หากสหรัฐมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำให้เกิดความผันผวนขึ้น ทำให้กนง.อาจมีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยในไตรมาสที่ 4" แอสแคปชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ยปัจจัยเสี่ยง นางแชมฉัด อัคตาร์ รองเลขาธิการองค์กรสหประชาชาติ และเลขาธิการบริหาร แอสแคป กล่าวว่ารายงานสำรวจเศรษฐกิจสังคมภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก 2014 คาดว่าประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกหลายประเทศ มีความเสี่ยงจากการปรับนโยบายการเงินของสหรัฐ จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐกำลังทยอยลดคิวอี และอาจจะปรับดอกเบี้ยขึ้นในปีหน้า การปรับนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากไปสู่นโยบายการระดับปกติอาจจะสร้างความผันผวนในตลาดการเงินโลก และจะทำให้ส่งผลกระทบต่อ การเจริญเติบโตของหลายประเทศ เช่น ประเทศอินเดีย มาเลเซีย ไทย และตุรกี ให้ลดลง 0.7% ถึง 0.9% การผันผวนของตลาดเงินครั้งนี้นั้นสามารถส่งผลกระทบต่อ ตลาดเอเชีย-แปซิฟิก ได้สองช่องทาง คือ 1. การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม 2. ลดความเชื่อมั่นในตลาดเงิน ส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคนั้นลดลงตามไปด้วย ความเสี่ยงของประเทศไทยจากความผันผวนของตลาดการเงิน ที่จะกระทบกับเงินทุนเคลื่อนย้ายอยู่ในระดับกลางๆ ในขณะที่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ จะมีความเสี่ยงมากกว่าไทย ส่วนประเทศจีนมีความเสี่ยงน้อยที่สุด เพราะมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาก รายงานการสำรวจสังคมเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ประเมินว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคในปีนี้จะโตเฉลี่ย 5.8%จาก 5.6% ในปีที่ผ่านมา ในขณะที่เอสแคบประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 2.2% โดยมีโอกาสโตต่ำกว่านี้ได้ นักวิเคราะห์คาดเฟดขึ้นดบ.เร็วขึ้น ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมในภาคบริการของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดรอบ 8 ปีครึ่งในเดือนก.ค. และยอดสั่งซื้อสินค้าโรงงานทะยานขึ้นในเดือนมิ.ย. ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 สัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยบ่งชี้ว่า มีโอกาสมากขึ้นที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.ปีหน้า โดยเฟดได้คงอัตราดอกเบี้ยใกล้ระดับ 0% ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2551 "เราคิดว่า เฟดจะทบทวนสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายในเดือนหน้า ซึ่งจะเปิดโอกาสสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนมี.ค. 2558" นายจอห์น ไรดิ้ง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก RDQ Economics กล่าว นายคริส รัปคีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์การเงินของธนาคารเอ็มยูเอฟจี ยูเนียน กล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในภาวะปกติ และภาวะเศรษฐกิจแบบปกติจำเป็นต้องใช้อัตราดอกเบี้ยที่ปกติ ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยที่ 0% ทั้งนี้ เฟดจะประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ Tags : ไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน • ธปท. • เศรษฐกิจไทย • ดอกเบี้ย • ไตรมาส • หนี้ภาคครัวเรือน • เบญจรงค์ สุวรรณคีรี